รอบ 32 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2026 โปรตุเกสเอาชนะโครเอเชีย 2-1 หลังจากครึ่งแรกยังไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ ในนาทีที่ 17 R. Dias ได้รับใบเหลือง และเมื่อจบครึ่งแรก สกอร์ยังคงอยู่ที่ 0-0
หลังเริ่มครึ่งหลัง โครเอเชียเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน ในนาทีที่ 53 อิวัน เปริชิช ยิงประตูให้โครเอเชียนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 59 L. Modric ได้รับใบเหลือง นาทีที่ 61 โปรตุเกสเคยมีจังหวะที่เกี่ยวข้องกับ C. Ronaldo แต่ VAR ตัดสินว่าเป็นล้ำหน้าและไม่ให้เป็นประตู ก่อนที่นาทีที่ 68 C. Ronaldo จะยิงจุดโทษเข้าไป ทำให้โปรตุเกสไล่ตีเสมอเป็น 1-1
ช่วงท้ายเกมยังมีการตัดสินที่สำคัญหลายครั้ง นาทีที่ 81 ประตูที่เกี่ยวข้องกับ เปตาร์ ซูชิช ของโครเอเชียถูก VAR ยกเลิกเพราะล้ำหน้า เข้าสู่ช่วงทดเวลา นาทีที่ 90+4 G. Ramos รับบอลจากการแอสซิสต์ของ R. Leao แล้วยิงให้โปรตุเกสพลิกนำ 2-1 นาทีที่ 90+8 อิวัน เปริชิช ได้ใบเหลือง และนาทีที่ 90+13 ประตูที่เกี่ยวข้องกับ J. Gvardiol ก็ถูก VAR ยกเลิกจากจังหวะล้ำหน้า ส่งผลให้สกอร์จบที่ 2-1
สถิติทั้งเกม โปรตุเกสครองบอล 61% โครเอเชีย 39% ค่า expected goals ของโปรตุเกสอยู่ที่ 2.18 และของโครเอเชีย 1.34 โปรตุเกสยิง 15 ครั้ง โครเอเชีย 13 ครั้ง โดยเข้ากรอบโปรตุเกส 3 ครั้ง โครเอเชีย 6 ครั้ง อัตราจ่ายบอลสำเร็จของโปรตุเกส 91% ของโครเอเชีย 85% โปรตุเกสได้เตะมุม 9 ครั้ง โครเอเชีย 5 ครั้ง ล้ำหน้าโปรตุเกส 1 ครั้ง โครเอเชีย 4 ครั้ง เซฟของผู้รักษาประตูโปรตุเกส 5 ครั้ง โครเอเชีย 2 ครั้ง และทำฟาวล์โปรตุเกส 6 ครั้ง โครเอเชีย 12 ครั้ง
ในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 3 ก่อนหน้านี้ โปรตุเกสเสมอโคลอมเบีย 0-0 เมื่อวันที่ 2026-06-27 ส่วนโครเอเชียเอาชนะกานา 2-1 เมื่อวันที่ 2026-06-27

การสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก