Cake by Kaity กล่าวหา SweetTreatsByAshley ว่าแชร์สูตรเค้กป๊อปรส Fruity Pebbles จากหนังสือทำอาหารแบบเสียเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ Ashley ปฏิเสธว่าไม่เคยใช้หรือซื้อหนังสือเล่มนั้น ข้อพิพาทยิ่งแพร่กระจายกว้างขึ้นหลังคลิปตอบโต้ของ Ashley มียอดชมมากกว่า 19 ล้านครั้งตามรายงานของต้นฉบับ
ประเด็นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สูตรขนมหนึ่งอย่างเท่านั้น ผู้ชมจำนวนมากถกเถียงกันว่า “สูตรอาหาร” เองสามารถได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐฯ ได้หรือไม่ ขณะเดียวกัน Fruity Pebbles ก็โพสต์สูตรเค้กป๊อปของตัวเองซ้ำบนโซเชียลมีเดียในช่วงที่กระแสกำลังเดือด
แรงตีกลับยังส่งผลต่อด้านธุรกิจของ Cake by Kaity ด้วย DaisyMakes ระงับความร่วมมือกับ Cake by Kaity Cakesicle Popper แบบไม่มีกำหนด และ B&B Sweets ระบุว่าจะไม่โปรโมตผลิตภัณฑ์ Cakesicle Popper อย่างแข็งขันอีกต่อไป โดยย้ำว่า “ความใจดี ความเคารพ และความเป็นมืออาชีพจะยังคงสำคัญเสมอ”
ต่อมา Kaity ได้โพสต์วิดีโอขอโทษ โดยบอกว่าเธอเสียใจกับวิธีที่จัดการสถานการณ์นี้ และยอมรับว่าตอนนี้เข้าใจกฎหมายลิขสิทธิ์มากขึ้นแล้ว รวมถึงยอมรับว่าเธอ “ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความใจดี” Kaity ยังบอกด้วยว่าเธอได้รับข้อความขู่เอาชีวิต คำเหยียดเชื้อชาติที่พุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของเธอ และข้อความคุกคามรูปแบบอื่น ๆ หลังจากเกิดกระแสตีกลับ พร้อมทั้งรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง Ashley ภายหลังเรียกร้องให้ผู้ชมหยุดส่งความเกลียดชังไปยัง Kaity
Ashley เขียนว่าเธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงได้รับบทเรียนแล้วและจะทำได้ดีขึ้นในอนาคต พร้อมบอกว่าเธอไม่ต้องการให้ใครต้องรู้สึกแบบเดียวกับที่เธอเคยรู้สึกตอนเรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น เธอยังเสริมว่าอยากเดินหน้าต่อจากข้อพิพาทนี้ และขอให้ผู้ชมหยุดคอมเมนต์ด้วยถ้อยคำเกลียดชัง
กรณีนี้สะท้อนว่า ข้อพิพาทระหว่างครีเอเตอร์บน TikTok สามารถลุกลามเกินแพลตฟอร์มไปมากได้อย่างไร โดยหลายฝ่ายออกมาเตือนผู้ชมไม่ให้คุกคามคนที่เกี่ยวข้อง หลังมีคนจำนวนมหาศาลเข้ามามีส่วนร่วม และยังเกิดขึ้นต่อเนื่องจากเหตุการณ์ไวรัลอีกกรณีหนึ่งที่พ่อคนหนึ่งในโอคลาโฮมาขอให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแสดงความเห็นใจ หลังชายที่เผชิญหน้ากับเขาในห้องน้ำสาธารณะถูกระบุตัวตนออนไลน์และต่อมาสูญเสียงาน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการตอบโต้บนโลกออนไลน์กำลังส่งผลกระทบสู่ชีวิตจริงมากขึ้น


การสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก