จานนี อินฟานติโนกำลังเผชิญเสียงวิจารณ์รอบใหม่ หลังฟีฟ่าตัดสินให้ โฟลาริน บาลอกุน ลงเล่นให้สหรัฐอเมริกาพบเบลเยียมได้ แต่กระแสต้านจากยุโรปไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าตำแหน่งประธานของเขาจะตกอยู่ในอันตราย เหตุผลสำคัญคือฐานเสียงของอินฟานติโนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ยูฟา โดยเฉพาะในบรรดาสหพันธ์ที่ได้ประโยชน์จากเงินสนับสนุนด้านพัฒนาและโอกาสเข้าร่วมฟุตบอลโลกที่ขยายเพิ่มขึ้น
กรณีของบาลอกุนกลายเป็นประเด็นร้อนด้านธรรมาภิบาล เพราะฟีฟ่ายกเลิกผลของโทษแบนจากใบแดง ทั้งที่รายงานระบุว่ากติกาฟุตบอลโลกไม่เปิดทางให้ยื่นอุทธรณ์ใบแดง โดนัลด์ ทรัมป์บอกว่าเขาเป็นฝ่ายขอให้มีการทบทวนเรื่องนี้ ขณะที่อินฟานติโนปฏิเสธว่ามีการแทรกแซงทางการเมือง และยืนยันว่าสวนทางกับข้อกล่าวหาว่ากระบวนการทางวินัยของฟีฟ่านั้นเป็นอิสระ
ปฏิกิริยาของยูฟาแข็งกร้าวอย่างผิดปกติ โดยกล่าวหาฟีฟ่าว่าล้ำเส้น และระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไร้เหตุผล และไม่อาจยอมรับได้ เหตุการณ์นี้ยิ่งเพิ่มแรงตึงเครียดที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอินฟานติโนกับทรัมป์ รางวัล FIFA Peace Prize สโมสรโลก ค่าตั๋วฟุตบอลโลก และความขัดแย้งก่อนหน้านี้ระหว่างฟีฟ่ากับผู้นำฟุตบอลยุโรป
อย่างไรก็ตาม การเมืองของฟีฟ่ามีมิติโลก ไม่ได้มีแค่ยุโรปเท่านั้น ฟุตบอลโลกแบบ 48 ทีมเปิดโอกาสใหม่ให้ประเทศนอกกลุ่มชั้นนำแบบเดิม และโครงการพัฒนาของฟีฟ่ายังคงเป็นแหล่งอิทธิพลที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ความจำเป็นเรื่องความโปร่งใสลดลง แต่ช่วยอธิบายได้ว่าทำไมความไม่พอใจจากยุโรปอาจยังไม่พอจะโค่นอินฟานติโนก่อนการเลือกตั้งใหม่


การสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก