รอบเปิดสนามของฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิงประตูถี่กว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด: 75 ประตูจาก 24 นัด เฉลี่ย 3.125 ประตูต่อเกม นี่คืออัตราทำประตูต่อเกมที่ดีที่สุดในช่วงนี้นับตั้งแต่ปี 1958 ขณะที่ผลเสมอ 9 นัดก็สะท้อนว่าทัวร์นาเมนต์ยังคงมีความสูสีอยู่ไม่น้อย
ชื่อของดาวยิงที่ขึ้นพาดหัวก็เป็นชื่อที่คุ้นเคย Harry Kane ยิง 2 ประตูในนัดแรก ทำให้เขาขยับไปเทียบ Gary Lineker ที่ 10 ประตูในฟุตบอลโลกกับทีมชาติอังกฤษ ส่วนแฮตทริกของ Lionel Messi ทำให้เขาไปเทียบ Miroslav Klose ที่ 16 ประตูรวมในประวัติศาสตร์ทัวร์นาเมนต์ ตรงกันข้าม Arda Guler เป็นผู้เล่นที่ยิงมากที่สุดในตอนนี้ด้วย 8 ครั้ง แต่สร้างค่า xG ได้เพียง 0.26 และ Son Heung-min ก็ทำประตูไม่ได้จากโอกาสที่มีมูลค่า xG รวม 1.0
เกมรุกเชิงสร้างสรรค์และการพาบอลไปกับตัวให้ภาพผู้นำอีกชุดหนึ่ง Pedri ทำผลงานโดดเด่นที่สุดในรอบแรกด้านค่าแอสซิสต์ที่คาดหวังด้วย 1.23 และยังเด่นเรื่องการแย่งบอลคืนในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่ง ขณะที่ Joshua Kimmich เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวจากกลุ่ม 7 คนที่สร้างโอกาสได้ 5 ครั้งในนัดแรกแล้วเปลี่ยนเป็นแอสซิสต์ได้หลายครั้ง โดยทำได้ 2 แอสซิสต์ Amad Diallo สร้างอิทธิพลอย่างมากแม้ลงเป็นตัวสำรองเพียง 34 นาที และเป็นผู้นำตัวเลขการเลี้ยงบอลในกลุ่มผู้เล่นที่เข้าเกณฑ์ ส่วนการเลี้ยงบอลไม่ผ่าน 9 ครั้งของ Vinícius Junior ในเกมกับ Morocco แสดงให้เห็นว่าฟอร์มของสตาร์ระดับท็อปก็อาจสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่ซับซ้อนได้ทันที
ตัวเลขด้านเกมรับและการปะทะก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจ Jiovany Ramos และ Krépin Diatta เป็นผู้นำในการชนะจังหวะ 50-50 ในกลุ่มผู้เล่นที่มีส่วนร่วมในดวลอย่างน้อย 10 ครั้ง และ Jovo Lukic ชนะการดวลกลางอากาศกับ Canada ได้ทั้งหมด 9 ครั้ง เมื่อทุกทีมเพิ่งลงเล่นไปทีมละหนึ่งนัด สิ่งเหล่านี้ยังเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย แต่ก็ช่วยให้ทั้งบรรณาธิการและแฟนบอลมองเห็นได้ชัดขึ้นว่าเกมไหนและใครควรถูกจับตาต่อในนัดถัดไป


การสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก