ฟุตบอลโลก 2026 มีการปรับกลไกรอบแบ่งกลุ่มใหม่ จนทำให้บางทีมแทบไม่มีอะไรให้ลุ้นในวันสุดท้ายของรอบแรก: มีถึง 8 ทีมที่ถูกยืนยันแล้วว่าเป็นแชมป์กลุ่มหรือถูกตัดออกหลังลงเล่นเพียง 2 นัด สิ่งนี้ทำให้บรรยากาศของโปรแกรมนัดท้าย ๆ ดูไม่เข้มข้นเท่าฟุตบอลโลกยุค 32 ทีมที่ผ่านมา
การเปลี่ยนแปลงสำคัญอยู่ที่การใช้ทัวร์นาเมนต์ 48 ทีม มี 32 ทีมผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ใช้สถิติเฮดทูเฮดเป็นเกณฑ์ตัดสินอันดับแรกเมื่อแต้มเท่ากัน และมีตารางจัดอันดับทีมอันดับสามเพื่อหา 8 ทีมสุดท้ายที่ยังได้ไปต่อ ขณะเดียวกัน อาร์เจนตินา เยอรมนี เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา ถูกล็อกแล้วว่าเป็นแชมป์กลุ่มในช่วงเวลาที่รายงานนี้เผยแพร่ ส่วน เฮติ ตุรกี ตูนิเซีย และจอร์แดน ถูกตัดออกไปแล้ว
สิ่งนี้ก่อให้เกิดข้อกังวล 2 ด้าน ทีมที่ไม่เหลืออะไรให้ลุ้นอาจเลือกหมุนเวียนผู้เล่นมากขึ้น ซึ่งอาจกระทบคู่แข่งที่ยังต้องการแต้มเพื่อผ่านเข้ารอบ อีกด้านหนึ่ง ทีมที่ลงแข่งในช่วงท้ายของโปรแกรมแบบกระจายหลายวันอาจรู้ชัดเจนกว่าว่าต้องได้ผลลัพธ์แบบไหนถึงจะผ่านในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุด ขณะที่ทีมที่ลงก่อนจะยังไม่รู้เส้นตายที่แท้จริง
กรณีของสกอตแลนด์สะท้อนความไม่แน่นอนนี้ได้ชัด พวกเขาการันตีแล้วว่าจะไม่จบต่ำกว่าอันดับสาม แต่ยังต้องเจอบราซิลพร้อมความเสี่ยงว่าหากแพ้หนักอาจต้องรอหลายวันกว่าจะรู้ผลว่าผ่านเข้ารอบหรือไม่ รูปแบบนี้ยังปลุกประเด็นด้านความเป็นธรรมให้กลับมาถกกันอีกครั้ง รวมถึงสถานการณ์ที่ผลเสมออาจเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
ทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ารูปแบบใหม่ล้มเหลว แต่สะท้อนว่าการขยายทัวร์นาเมนต์ได้เปลี่ยนอารมณ์ของรอบแบ่งกลุ่มไปไม่น้อย ตอนนี้เส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์เปิดกว้างกับทีมมากขึ้น แต่ในช่วงท้ายของรอบแรกก็อาจมีหลายเกมที่แรงจูงใจของแต่ละฝ่ายไม่เท่ากัน


การสนทนา
เข้าสู่ระบบเพื่อเข้าร่วมการสนทนา
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก